top of page

Take Profit / Stop Loss คืออะไร?

เทคนิคตั้งจุดออกให้พอร์ตปลอดภัย ไม่โดนลากจนพัง

ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ ๆ ผมไม่เคยตั้ง TP (Take Profit) และ SL (Stop Loss) เลย

ความคิดตอนนั้นคือ…

“เดี๋ยวดูกราฟสด ๆ ไปเรื่อย ๆ ค่อยปิดเอาเองละกัน”

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ:

 ✅ กำไรหาย เพราะไม่ได้ปิดทัน

 ❌ ขาดทุนหนัก เพราะหวังว่ามันจะกลับตัว

 🥲 สุดท้าย...โดนลากบ่อย ๆ จนพอร์ตไม่โต

นั่นแหละครับ จุดที่ผมได้เรียนรู้ว่า:

TP/SL ไม่ใช่แค่จุดออก แต่มันคือ "เกราะกันความโลภและ Ego" ของเทรดเดอร์

image.png

Take Profit (TP) คืออะไร?

TP = จุดทำกำไรอัตโนมัติ

คุณตั้งไว้ล่วงหน้า แล้วระบบจะปิดออร์เดอร์ให้ทันทีถ้าราคาวิ่งถึงจุดนั้น

📌 ตัวอย่าง:

Buy EUR/USD ที่ 1.10000

ตั้ง TP ที่ 1.10500

→ ถ้าราคาขึ้นถึงตรงนั้น ระบบจะปิดไม้ทันที → ได้กำไร!

💬 ผมชอบตั้ง TP เพราะช่วย กันความโลภเพราะไม่งั้นจะกลายเป็น “นิดเดียวเอง...อีกนิดก็ได้เพิ่ม”

แล้วก็...กลับตัวแดงเฉยเลย

Stop Loss (SL) คืออะไร?

SL = จุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ

ระบบจะช่วยคุณ “ยอมแพ้อย่างมีวินัย” ถ้าราคาวิ่งผิดทาง

📌 ตัวอย่าง

:Buy EUR/USD ที่ 1.10000

ตั้ง SL ที่ 1.09500 → ถ้าราคาลงถึง = ปิดไม้ ขาดทุนแค่ 50 pip พอ!

💬 ผมเคยคาดหวังการกลับตัว ครั้งแล้วครั้งเล่า ยอมถือการขาดทุนเพิ่มขึ้น และพบว่ามันแย่มากๆในเชิงจิตวิทยาการลงทุนและมันส่งผลกับจิตใจในการเทรดในครั้งถัดๆไปด้วยครับ

ทำไมต้องตั้ง TP / SL?

ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ 24 ชั่วโมง

ป้องกันพอร์ตพัง ไม่เสียจนเกินตัว

ไม่ปล่อยให้กำไรหายเพราะลังเล

✅ ควบคุมความเสี่ยง

✅ ล็อกกำไร

บางครั้งไม่มีเวลากดมือเองทัน

เหตุผลที่ควรตั้ง

เพราะว่า...

✅ ลดความเครียด

✅ รับมือข่าวแรง

✅ วางแผนล่วงหน้า

ทำให้เทรดมีระบบ ไม่มั่ว

จะตั้งเท่าไหร่ดี?

ไม่มีสูตรตายตัว แต่ผมแนะนำแบบนี้:

10–15

30–50

สไตล์เทรด

SL (pips)

TP (pips)

20–30

Scalping

ถือยาว

ตามแนวรับแนวต้าน หรือ

Fibonacci

เทรดรายวัน

50–100

📌 TP ควรมากกว่า SL อย่างน้อย 1.5–2 เท่า

ตัวอย่าง: ถ้า TP 100 pips → SL ไม่ควรเกิน 50–60 pips

ถ้าเทรดไหนคุณวางดูแล้ว SL มันมากกว่า TP มันก็ไม่ควรเข้าเทรดจริงมั้ย อย่าลืม! เราเป็นนักลงทุนไม่ใช่นักเสี่ยงดวง

เทคนิคเพิ่มเติมจากประสบการณ์

📉 เทรดทอง = อย่าตั้ง SL ใกล้เกิน → โดนลากแล้วกลับตัว

🔍 กลัว Stop Hunt = ตั้ง SL ให้ “พ้นแนวสำคัญ” สักหน่อย (20-30 pips)

🪄 ใช้ Trailing Stop = ให้ SL ขยับตามราคาขึ้นแบบอัตโนมัติ

💬 ผมเคยตั้ง SL ใกล้เกินจนโดนลากไปเฉย...พอราคากลับขึ้นก็เสียดายตอนนี้ผมเลยตั้ง “หลบ” ไว้เล็กน้อยเสมอ แต่ยังคงรักษาสัดส่วน TP ต่อ SL ให้มากกว่า 1.5-2 เท่า

สรุปแบบจำง่าย

Take Profit = ตั้งจุดเก็บกำไรแบบอัตโนมัติStop Loss = ตั้งจุดหยุดขาดทุนอัตโนมัติอย่าคิดว่า "คุมอารมณ์เองได้" เพราะตลาดไวกว่าใจคุณเสมอ

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

Q: ถ้าไม่ตั้ง TP/SL จะเป็นอะไรไหม?

A: คุณอาจขาดทุนหนักเกินไป หรือกำไรหลุดมือ — TP/SL ช่วยให้วินัยอยู่ครบ

Q: ตั้ง TP/SL ยังไงให้เหมาะกับพอร์ต?

A: ใช้หลัก 2:1 → กำไรควรมากกว่าขาดทุน และไม่เสี่ยงเกิน 1–2% ของพอร์ตต่อไม้

Q: Trailing Stop กับ SL ต่างกันยังไง?

A: Trailing Stop ขยับตามราคาที่กำลังวิ่ง ส่วน SL คือจุดคงที่

Q: ต้องตั้งทุกครั้งไหม?

A: แนะนำว่าควรตั้งทุกไม้ โดยเฉพาะมือใหม่ เพื่อฝึกวินัยและไม่เผลอปล่อยพอร์ตลอยไป

TP / SL คืออาวุธป้องกันตัวของเทรดเดอร์

ไม่ว่าคุณจะเก่งวิเคราะห์แค่ไหน ถ้าไม่รู้จุด “เข้า” กับ “ออก” อย่างมีแผน

...สุดท้ายพอร์ตก็อาจโดนลากจนพังได้

TP = เก็บกำไร

SL = ป้องกันพอร์ต

ผมมองว่า TP/SL เหมือนเบรกกับคันเร่งคุณจะเทรดแรงขนาดไหนก็ได้...แต่อย่าลืมว่า

คุณต้อง “หยุดให้เป็น” ก่อนที่จะโดนหยุดแบบไม่ทันตั้งตัว

👉 ถ้าเข้าใจ TP/SL แล้ว แนะนำให้อ่านต่อที่ [Bid กับ Ask คืออะไร?] เพราะมีผลต่อ “จุดเข้า–จุดออก” แบบตรง ๆ เลย

ThaiForexTrader.com

© 2035 by My Site. Powered and secured by Wix

bottom of page